
จุดเริ่มต้น
อาจารย์ยักษ์ ซึ่งเคยรับราชการทำหน้าที่ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นเวลานานถึง 16 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกมาก่อตั้งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าการลงมือปฎิบัติตามศาสตร์พระราชานั้นสามารถพึ่งพาตนเองและ ดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน ด้วยการลงมือทำจริงพื้นที่ต้นแบบ
นอกจากนั้น เมื่อทั้ง 2 คนได้ไปร่วมกิจกรรมฟื้นฟูป่าต้นน้ำที่จังหวัดน่านกับอาจารย์ยักษ์และเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ยิ่งมีศรัทธาแรงกล้าในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา เพื่อมุ่งมั่นที่จะเป็นแบบอย่างและสืบสานศาสตร์พระราชาต่อไป
จนในที่สุดศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา ได้มีส่วนในการถ่ายทอดสิ่งดีๆ เหล่านี้ และส่งต่อให้คนอื่นๆ โดยไม่ได้หวังผลตอบแทน แค่อยากให้คนที่มา ได้เรียนรู้และนำกลับไปลงมือทำเองได้จริงๆ นับเป็นความสุขและความอิ่มเอมใจจากให้ การส่งต่อ การแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้สังคม
ศูนย์ฯ พรรณา ได้เริ่มดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามคำแนะนำของอาจารย์ยักษ์ ซึ่งสำเร็จลุล่วงได้โดยอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของเครือข่ายฯ ในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและปรับแต่งพื้นที่ (โคก หนอง นา โมเดล) ให้สอดรับกับแนวพระราชดำริการแบ่งสัดส่วนพื้นที่บริหารจัดการน้ำและพื้นที่ทำกิน แทนการพี่งพาเงินทุนเป็นหลัก หรือที่เรียกกันว่า “ไปเอามื้อ” หรือ “ไปลงแขก” และจากประสบการณ์ที่ทั้ง 2 คนได้รับ ช่วยเพื่อนๆ ในเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติในหลายๆ พื้นที่ ถือเป็นประสบการณ์อันมีค่า ที่สำคัญคือได้รู้จักเพื่อน รู้จักการแบ่งปัน และเอาความรู้กับประสบการณ์ที่ได้มาพัฒนาศูนย์ฯ พรรณา ในขณะเดียวกันเพื่อนๆ จากหลากหลายที่ก็มาเอามื้อช่วยลงแรงกันสร้างและพัฒนาศูนย์ฯ พรรณา ให้เป็นห้องเรียนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างที่เห็นในทุกวันนี้ คุณผึ้งและคุณมี้เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการลงมือทำด้วยความเพียร ความอดทน ไม่ใจร้อน ตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9
วัตถุประสงค์
เผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9
ขับเคลื่อนสังคมสู่วิถีชีวิตที่พึ่งพาตัวเอง
เสริมสร้างสังคม
ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภทรัพย์และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์
“