puengton-puechat-183

เกษตรทฤษฎีใหม่

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงคิดค้นพัฒนา ทำการศีกษาวิจัย โดยนำภูมิปัญญาบรรพชนผสมผสานกับวิชาการสมัยใหม่ ไปทดลองใช้และปฏิบัติในการแก้ปัญหาในพื้นที่จริงในโครงการพระราชดำริ โดยทำซ้ำหลายครั้งในหลายพื้นที่ ซึ่งส่วนมากจะเป็นการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการทำมาหากินของเกษตรกรซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ได้แก่ การจัดการดิน น้ำ ความรู้ด้านเกษตรกรรม และการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ผลสำเร็จในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดเป็นทฤษฏีใหม่จำนวนมากเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและดำรงชีวิตของพสนิกรชาวไทย

โคก
หนอง
นา

โมเดล

โคก หนอง นา โมเดล เป็นทฤษฏีใหม่ที่ออกแบบพื้นที่และบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือกับวิกฤตภัยแล้งและอุทกภัย ซึ่งเกิดถี่ขี้นและรุนแรงขี้นอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก เริ่มจากขุดหนองและคลองไส้ไก่เพื่อกักเก็บน้ำ และใช้ดินจากการขุดหนองมาถมเป็นโคก เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และทำนาข้าวอินทรีย์ ก็จะทำให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ มี พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น

ที่ศูนย์พรรณาฯ ได้มีการออกแบบพื้นที่ตามโคก หนอง นา โมเดล และมีการดำเนินการดังนี้

pannar_origin-97
ทำโคก

ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เป็นป่า 5 ระดับ เพื่อให้ระบบรากเก็บน้ำในดิน รวมทั้งขุดคลองไส้ไก่บนโคก เพื่อกักเก็บน้ำและกระจายน้ำให้ป่า 5 ระดับ นอกจากนี้ยังเลี้ยงไก่ไข่และเป็ดไข่แบบปล่อยหรือแบบธรรมชาติ

pannar_origin-129
ขุดหนองและคลองไส้ไก่

เพื่อกักเก็บน้ำ โดยหนองมีลักษณะ Free Form เลียนแบบแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ขอบหนองด้านในทำเป็นตะพักให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำรวมถึงเป็นที่ปลูกพืชน้ำไว้กิน

rice-field-pannar2
ทำนาข้าวอินทรีย์

โดยยกหัวคันนาให้สูงและกว้างเพื่อกักเก็บน้ำ รอบผืนนาด้านในขุดร่องไว้ให้สัตว์น้ำอยู่อาศัยในช่วงที่ปล่อยน้ำออกเพื่อเกี่ยวข้าว และปลูกพืชผักผลไม้ไว้บนคันนา

กสิกรรม
ธรรมชาติ

กสิกรรมธรรมชาติ เป็นหลักการที่มุ่งเน้นการทำกสิกรรมที่ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และความสมดุลของระบบนิเวศเพื่อความยั่งยืน ได้แก่ การไม่ใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า การไม่เผาตอซัง ฟางข้าว การไม่ปอกเปลือกเปลือยดิน การใช้จุลินทรีย์คืนชีวิตให้แผ่นดิน

 กิจกรรมที่ศูนย์พรรณาฯ ได้ดำเนินการ มีดังนี้

ห่มดินและขุดคลองไส้ไก่

เพื่อรักษาความชุ่มชื้น

ทำน้ำส้มควันไม้

สำหรับป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

ปลูกพืชหมุนเวียน

เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน

ทำน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง

ได้แก่ น้ำหมักรสเปรี้ยว น้ำหมักหอมระเหย น้ำหมักรสเผ็ด และน้ำหมักรสเบื่อเมา แทนการใช้ยาฆ่าแมลง

ทำดินเพาะกล้า

จากดินดีดินร่วน ขุยมะพร้าว แกลบดำ และชี้วัว แทนการใช้พีทมอส

ทำน้ำหมักสมุนไพรฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

ได้แก่ น้ำหมักรสขมและน้ำหมักรสฝาด

ปลูกพืชตระกูลถั่ว

เพื่อเพิ่มธาตุไนรโตรเจนในดิน

ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

ทั้งปุ๋ยแห้ง “ปุ๋ยคอกหมัก” และปุ๋ยน้ำ “น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย” (น้ำหมักสมุนไพรรสจืด) ที่ช่วยปรับสภาพดินและเดิมสารอาหารในดินแทนการใช้ปุ๋ยเคมี

ป่า 3 อย่าง
ประโยชน์ 4 อย่าง

จากพระราชดำรัสของในหลวงรัชการที่ 9 การปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการสร้างให้ชุมชนมีความรู้สึกหวงแหนในป่าไม้ เพราะให้ประโยชน์ 3 อย่างแรกโดยตรงแก่ชุมชน คือ นำไม้ไปใช้สอย นำไม้ไปสร้างบ้าน และมีไม้ผลไว้กิน สำหรับประโยชน์อย่างที่ 4 คือ ป่าไม้ทุกประเภทช่วยอนุรักษ์ดินและต้นน้ำลำธาร พระราชดำรัสนี้ทรงชี้ทางออกให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชนให้มีสิทธิได้รับประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ เพื่อชุมชนจะได้รักษาทรัพยากรป่าไม้ไว้อย่างยั่งยืน

ศูนย์พรรณาฯ ได้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างตามแนวทางพระราชดำรัสของในหลวงรัชการที่ 9

ไม้ใช้สอย โตเร็ว

เช่น กระถินณรงค์ กระถินเทพา ไผ่

ไม้ก่อสร้าง

เป็นไม้เนื้อแข็ง หรือ เป็นไม้เศรษฐกิจ เช่น สัก พยูง มะค่า ยางนา ตะเคียนทอง

ไม้ยืนต้นกินได้และสมุนไพร

เช่น ขนุน มะม่วงป่า หว้า ตะคร้อ เงาะ ลำใย มะขามป้อม สมอพิเภก สมอไทย มะเดื่อชุมพร

บันได 9 ขั้น
สู่ความพอเพียง

ทางศูนย์พรรณาฯ ได้ยึดหลักและปฏิบัติตามบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียงที่ยั่งยืน โดยเริ่มต้นลงมือทำด้วยตัวเองอย่างถูกหลักการจนสำเร็จและมีความมั่นคงในปัจจัย 4 หรือสามารถพึ่งพาตัวเองได้ แล้วจึงเริ่มขยายไปสู่เศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้าต่อไป

เกษตรทฤษฎีใหม่

บันได 9 ขั้น
สู่ความพอเพียง

ขั้นที่ 1 พอกิน

มีอาหารพอกิน ปลูกข้าว พืช ผัก ผลไม้ ไว้กินเอง โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ

ขั้นที่ 2 - 4

พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น: เกิดขึ้นพร้อมกันได้จากการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ปลูกป่าเพื่อให้มีไม้พอสำหรับใช้สอย มีไม้พอสำหรับทำที่อยู่อาศัย มีสมุนไพรสำหรับรักษาโรค และป่าไม้จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศ อนุรักษ์ดินและน้ำ ทำให้เกิดความร่มเย็น

ขั้นที่ 5 และ 6

บุญและทาน: เมื่อเรามีปัจจัย 4 พอแล้ว จึงนำไปทำบุญทำทาน เป็นขั้นของการให้หรือแบ่งปันและฝึกจิตใจให้ละจากความโลภ

ขั้นที่ 7 เก็บรักษา

เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อความไม่ประมาท เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เพื่อฤดูกาลหน้า รวมถึงการแปรรูปอาหารเพื่อถนอมไว้กินในอนาคตหรือยามวิกฤต

ขั้นที่ 8 ขาย

ขายอย่างรู้จักพอประมาณ ขายด้วยความรู้สึกของการให้ อยากให้สิ่งดีๆ ที่เราปลูกเอง

ขั้นที่ 9 ข่าย

สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งประเทศ เพื่อขยายผลความสำเร็จตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิวัติวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน สังคม เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อม ภัยธรรมชาติ โรคระบาด ข้าวยากหมากแพง และความขัดแย้งในสังคม